Shiba Inu Facts

ตอนที่ 11 ลักษณะทางกายภาพ : หู

ข้อมูลนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาลักษณะสายพันธุ์ โดยห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือกระทำการใดๆก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ ถ้าต้องการเผยแพร่ข้อมูลรบกวนแชร์บทความแทนเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค๊า ^_^

ติดตามเราได้ที่ FB Page Shibainu Daruma Kensha

Instagram : Daruma Home


ลักษณะทางกายภาพ

ตอน หู

NIPPO กล่าวเรื่องมาตรฐานพื้นฐานของสุนัขชิบะว่า “เพศผู้และเพศเมียต้องดูแตกต่างอย่างชัดเจนโดยสัดส่วน ซึ่งต้องมีสัดส่วนทีกระชับ และมีการพัฒนาของกล้ามเนื้อที่ดี โดยเพศผู้มีสัดส่วนของความสูงต่อความยาวของลำตัวอยู่ที่ 10:11 โดยตัวเมียจะมีสัดส่วนของความยาวลำตัวยาวกว่าเล็กน้อย ความสูงของเพศผู้อยู่ที่ 39.5 ซม ตัวเมียที่ 36.5 ซม โดยระยะช่วงของความสูงอยู่ที่บวกลบไม่เกิน 1.5 ซม”

ส่วนหู

NIPPO กล่าวไว้ว่า “รูปแบบหูต้องเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก พุ่งตรงไปข้างหน้าและตั้งขึ้นตรงอย่างมั่นคง” ซึ่งหูที่ตั้งตรงเป็นหนึ่งในลักษณะเด่นของสุนัขชิบะ

เมื่อพูดถึงขนาดของหูแล้ว วิธีที่ง่ายที่สุดในการกำหนดขนาดหูคือขนาดที่เหมาะสมกับขนาดของหัว หรือถ้าให้เข้าใจง่ายขึ้น “ส่วนของหูควรมีขนาดที่กลมกลืมกับขนาดของส่วนหัว” ยกตัวอย่างเช่น ถ้าสุนัขมีขนาดของหูที่ใหญ่บนหัวที่เล็ก หูนั้นก็อาจจะเหมาะสมกับสุนัขที่มีขนาดหัวที่ใหญ่ มากกว่าหัวของสุนัขที่ขนาดไม่เหมาะสมกับหูนั่นเอง ตามตัวอย่างที่ได้ยกมาจึงกล่าวได้ว่าขนาดของหัวจึงมีผลต่อสัดส่วนของขนาดของหูสุนัข เนื่องจากเหตุนี้เองจึงไม่สามารถกำหนดขนาดเฉพาะให้กับหูได้

รูปร่างของหู มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากซึ่งลักษณะหูที่สวนคือเป็นรูปสามเหลี่ยม ซึ่งจะว่าไปแล้วหูที่เหมาะสมจะเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า เพราะว่าลักษณะของสามเหลี่ยมด้านเท่าให้ความรูปสึกถึงความสมดุลและมั่นคง เพราะว่าหูอยู่ตำแหน่งห่างออกไปจากตรงกลางของหัว ก็คือริมของหัวทั้งสองข้างนั่นเอง โดยทั้งสองข้างจะต้องมีขนาดเท่ากันเมื่อดูจากทางด้านหน้าของสุนัข โดยเส้นที่ตั้งฉากลงไปกับตรงกลางของหู และแบ่งครึ่งตรงลงกลางพอดีและทั้งสองข้างมีขนาดเท่ากัน ซึ่งเมื่อเราวาดภาพของเส้นขนานแนบระนาบแล้ว วาดเส้นตัดลงไปที่ข้างของรูปหัวทั้งสองข้าง หูไม่ควรที่จะออกจากเส้นนี้

%e0%b8%ab%e0%b8%b9-01

ซึ่งโดยทั่วไปแล้วหูที่ผิดรูปมักพบโดยหูเอนออกจากส่วนหัว(เส้นบาลานซ์) หรือเอียงเข้าหากันมากเกินไป หรือหูมีรูปเป็นสามเหลี่ยมข้าวหลามตัด หรือเอนไปทางด้านหลังมากเกินไป หรือหูที่เบนเกินไป

%e0%b8%ab%e0%b8%b9-02

ซึ่งจากรูปด้านบน หูรูปแรกถ่างออกมากเกินไป หูรูปที่สองเบนเข้าหากันมากเกินไป และรูปสุดท้ายคือรูปร่างหูที่ไม่ถูกต้อง


**ห้ามนำข้อมูลเหล่านี้ดัดแปลง แก้ไข ทำซ้ำหรือกระทำการใดๆที่ไม่ได้ขอนุญาตจากเจ้าของเพจนี้เป็นลายลักษณ์อักษรโดยไม่ได้รับอนุญาต

แหล่งอ้างอิง

-หนังสือ The total shiba by Gretchen Haskett and Susan Houser

-ทีมเท็ซซึอิชิ ประเทศญี่ปุ่นสำหรับคำปรึกษาด้านรูปประกอบ

Shiba Inu Facts

ตอนที่ 10 The Ideal Shiba

ข้อมูลนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาลักษณะสายพันธุ์ โดยห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือกระทำการใดๆก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ ถ้าต้องการเผยแพร่ข้อมูลรบกวนแชร์บทความแทนเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค๊า ^_^

ติดตามเราได้ที่ FB Page Shibainu Daruma Kensha

Instagram : Daruma Home


บทนี้นุกจะพูดถึงคำนิยามที่คนญี่ปุ่นเค้าจำกัดความไว้ดีกว่าค่ะ

13661929_594337610746971_925217374528823942_o

(รูปเก็นโบ้)

แก่นแท้และการแสดงออก (Essence and Its Expression)

            เริ่มแรกที่เราจะพูดถึงมาตรฐานของสุนัขชิบะคือ “แก่นแท้และการแสดงออก” ซึ่งมีคะแนนมากถึง 15% ของการตัดสินในการประกวด ทำให้มีเปอร์เซ็นการให้คะแนนสูงมากกว่าส่วนอื่นๆ แล้วอะไรคือความหมายของ “แก่นแท้” (Essence) นั่นก็คือ การแสดงออกทางอารมณ์ของสุนัข ซึ่งหมายถึงบุคลิกโดยรวมและธรรมชาติของสุนัขตัวนั้นๆ การที่สุนัขตัวนั้นแสดงออก (Expression) อย่างเป็นธรรมชาติให้ทุกๆคนได้เห็นนั่นเอง มาตรฐานเริ่มต้นของ Nippo คือ “สุนัขที่มีจิตวิญญาณกล้าหาญ และความซื่อสัตย์ซื่อตรง สุนัขต้องมีความตื่นตัวและสามารถที่จะเคลื่อนไหวด้วยท่าทางที่ว่องไวและยืดหยุ่น” มาตรฐาน Nippo ใช้คำ 3 คำนี้ในการอธิบายบุคลิกของสุนัขญี่ปุ่น คือคำว่า “กล้าหาญ (คานอิ-敢為)”, “ซื่อสัตย์ (ริวเซย์-良性)” และ “ถ่อมตัว (โซโบขุ-素樸)” ซึ่งเป็น 3 สิ่งที่สุนัขญี่ปุ่นพึงมี

敢為 คานอิ

                  คานอิ คืออะไร คานอิถูกพิจารณาให้มีความสำคัญที่สุดของบุคลิกของสุนัขญี่ปุ่น ในหนังสือนิฮอนเคนเฮียกกะ โดยคุณฮาจิเมะ วาตานาเบ้ กล่าวไว้ว่า คานอิ คือ ความกล้าหาญและสุขุม กล้าคิดกล้าทำและความตื่นตัว ซึ่งภาวะทั้งหมดต้องอยู่ในความเชื่อฟัง อีกทางหนึ่งคือสุนัขที่มีคานอิจะกล้าหาญโดยไม่สะเพร่า หรือกล้าหาญแต่มีสติยั้งคิดในการจะกระทำสิ่งใด มีความมั่นใจและตื่นตัวต่อภัยอันตราย และอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าของตลอดเวลา ซึ่งสุนัขที่มีสิ่งเหล่านี้จะมีความสง่างามและมีอำนาจอยู่ในตัวโดยอัตโนมัติ คานอิ นิยามความเป็นสุนัขชิบะว่า จิตวิญญาณที่กล้าหาญรวมกับความตื่นตัว และความกระตือรือร้น หรือการมีความสมดุลที่ดี มีจิตวิญญาณที่กล้าหาญ และความมั่นใจในตัวเอง คานอิรวบรวมความมั่นใจของสุนัขชิบะที่รู้คุณค่าของตัวเอง สุนัขชิบะเป็นสุนัขที่ค่อนข้างระวังภัยต่อสิ่งเร้ารอบตัวเสมอ สัณชาตญาณนี้เองทำให้ชิบะจดจำมิตรและศัตรูได้ สุนัขชิบะจะไม่เกรงกลัวต่อการคุกคาม หรือการบุกรุกพื้นที่โดยไม่มีเหตุผล สุนัขชิบะยินดีที่จะยืนหยัดขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองและบุคคลภายในครอบครัวถ้าจำเป็น ชิบะจะไม่หาเรื่องใครก่อนแต่ก็จะสู้ไม่ถอยเช่นกัน

ริวเซย์ (良性)

                        “ภาวะทางอารมณ์ที่ดี” ความหมายที่แท้จริงของ ริวเซย์ คือ ความงามของจิตวิญญาณ ความสวยงามของชิบะนั้นเรียบง่าย แต่สง่างาม ตรงไปตรงมา และสมดุล และนั่นคือความงามจากภายใน โดยสิ่งที่เป็นความงามในธรรมชาติคือ อุปนิสัยที่สุภาพ จงรักภักดี(ซื่อสัตย์) และการเชื่อฟังเจ้าของ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่แสดงคุณภาพของสุนัขเฝ้าระวังและเพื่อนคู่ใจ โดยการที่จะเป็นสุนัขเฝ้าระวังและเพื่อนคู่ใจที่ดี จะต้องเชื่อฟังเจ้าของมีความฉลาดหลักแหลม ซึ่งมันสำคัญมากสำหรับสุนัขญี่ปุ่นที่สุนัขต้องฉลาดและมีอุปนิสัยที่เชื่องโดยธรรมชาติ สุนัขที่มีอุปนิสัยที่ดีจะต้องรับฟังคำสั่ง รวดเร็วและทำตามอย่างเข้าใจ  โดยจากการสังเกตุว่า ริวเซย์และคานอิจะเป็นเหมือนหยินและหยาง หรือขาวและดำ เหรียญสองด้าน ซึ่งสุนัขญี่ปุ่นจะต้องมีทั้งสองอย่างไม่สามารถขาดอันใดอันหนึ่งได้

โซโบขุ (素樸)

                          “ความถ่อมตัว” คือความหมายที่แท้จริงของโซโบขุ แสดงถึงความไม่มีเล่ห์เหลี่ยม มีความจริงใจ มีความแท้จริง และไม่ซับซ้อน ซึ่งมันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของสุนัขญี่ปุ่นซึ่งเกิดจากความเรียบง่าย โดยแสดงจากธรรมชาติโดยไม่มีความพยายามในการเป็น อ้างถึงคำว่า โซโบขุ ในความหมายของคุณวาตานะเบะ โซโบขุคือ ความถ่อมตัวและความนุ่มนวล ด้วยบุคลิกในการมีมารยาท ซึ่งทั้งหมดแสดงออกมาโดยเป็นธรรมชาติ

                          ทั้งหมดนี้ คานอิ ริวเซย์ และโซโบขุจึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของสุนัขญี่ปุ่น


ตอนอื่นๆ

ตอนที่ 1 : ต้นกำเนิดของสุนัขชิบะ (ชิบะอินุ)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 ความเป็นมาของสายพันธุ์

ตอนที่ 3 : ตอนที่-3-คำนิยามของสุนัขชิบะ

ตอนที่ 4 : (PART 1) ลักษณะทางกายภาพของสุนัขชิบะ สี

ตอนที่ 4 : (Part 2) ลักษณะทางกายภาพของสุนัขชิบะ หาง


**ห้ามนำข้อมูลเหล่านี้ดัดแปลง แก้ไข ทำซ้ำหรือกระทำการใดๆที่ไม่ได้ขอนุญาตจากเจ้าของเพจนี้เป็นลายลักษณ์อักษรโดยไม่ได้รับอนุญาต

แหล่งอ้างอิง

-The Total Shiba

-http://www.nihonken-hozonkai.or.jp/

 

Shiba Inu Facts

การประกวดสุนัขปีเฮเซที่ 28 ฤดูใบไม้ผลิ

ข้อมูลนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาลักษณะสายพันธุ์ โดยห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือกระทำการใดๆก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ ถ้าต้องการเผยแพร่ข้อมูลรบกวนแชร์บทความแทนเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค๊า ^_^

ติดตามเราได้ที่ FB Page Shibainu Daruma Kensha

Instagram : Daruma Home



การประกวดสุนัข

สมาคมอนุรักษ์พันธุ์สุนัขญี่ปุ่น NIPPO

sidelogo

                  สวัสดีค่ะห่างหายไปนาน นุกเพิ่งได้หนังสือส่งตรงมาจากสมาคม NIPPO ในหนังสือเล่มนี้จะมีรายชื่อสุนัขที่ประกวดทั้งหมด แต่รูปที่นำมาโชว์จะเป็นรูปสำหรับสุนัขที่ได้รางวัลฮอนบุโชวว์นะคะ (อ่านเกี่ยวกับรางวัลฮอนบุโชวว์เพิ่มเติมได้ที่นี่) โดยปีเฮเซที่ 28 คือปี 2016 ของสากลนั่นเองค่ะ คล้ายๆ กับบ้านเราที่มี พ.ศ.๒๕๕๙ ค่ะ เชิญชมได้เลยค่า

img159

img144-01img144-02img144-03img144-04img144-05img144-06img144-07img144-08img144-09img144-10img144-11img144-12img144-13


**ห้ามนำข้อมูลเหล่านี้ดัดแปลง แก้ไข ทำซ้ำหรือกระทำการใดๆที่ไม่ได้ขอนุญาตจากเจ้าของเพจนี้เป็นลายลักษณ์อักษรโดยไม่ได้รับอนุญาต

New to Shiba Inu, Shiba Inu Facts

สำหรับผู้สนใจเลี้ยงสุนัขชิบะ

         ถึงแม้ว่าสุนัขชิบะจะหน้าตาเป็นมิตรจนได้ชื่อว่าเป็นสุนัขยิ้มเก่ง แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวที่ไม่เหมือนใครจึงทำให้สุนัขชิบะมีเสน่ห์ในแบบของมัน ในทางกลับกันลักษณะนิสัยดังกล่าวถ้าไม่มีความเข้าใจในสายพันธุ์อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมา เรามาลองมาดูกันค่ะว่าควรดูอะไรบ้าง

 สุนัขชิบะเหมาะกับใคร

1monthA

ก่อนอื่นเลยดูว่าเราเหมาะกับสุนัขชิบะมั้ย

  1. มีความรู้ความเข้าใจในสายพันธุ์ เช่น โรคประจำสายพันธุ์ ลักษณะนิสัย เป็นต้น
    ชิบะเป็นสุนัขที่ดุกับสุนัขด้วยกัน หรือจะดุกับคนเมื่อเลี้ยงผิดวิธี
  2. มีเวลาให้สุนัขพอสมควร ต้องพาออกกำลังกายด้วยการวิ่งหรือปั่นจักรยานวันละครั้ง
    เนื่องจากเป็นสุนัขล่าสัตว์ จึงต้องการการวิ่ง หรือออกกำลัง มิฉะนั้นอาจจะเป็นโรคข้อสะบ้าเสื่อม
  3. มีพื้นที่เพียงพอให้สุนัขออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายใกล้บ้านทุกวัน
  4. มีรั้วรอบขอบชิด เพื่อป้องกันการหนีออกจากบ้าน และไม่ให้สุนัขเกิดอันตราย รั้วแนะนำที่สูงเกิน 1.8 เมตร (1.6 เคยหลุดมาแล้วค่ะ)
  5. ต้องได้รับการสอนและฝึกอย่างถูกต้อง (ไม่เหมาะกับผู้เลียงสุนัขครั้งแรกหากไม่มีผู้แนะนำ)
  6. ไม่เหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เล็ก เช่น นก หนู กระต่าย เพราะสุนัขชิบะมีสัญชาตญาณนักล่าค่อนข้างสูง
(อ่านเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับมุมมองผู้เลี้ยงสุนัขชิบะในไทย ที่นี่)

สุนัขชิบะเป็นสุนัขพลังงานระดับกลาง คือต้องการ การออกกำลังกายที่สม่ำเสมอโดยบ้านที่เหมาะกับสุนัขชิบะควรมีพื้นที่ให้วิ่งเล่น หรือพาวิ่งออกนอกบ้านโดยทั่วไปเช้าและเย็นก็เพียงพอ อีกทั้งต้องมีรั้วที่ถี่และสูงเพื่อกันไม่ให้สุนัขชิบะหนีออกไป สุนัขชิบะบางตัวสามารถปีนรั้วที่มีความสูง 1 เมตร หรือสามารถปีนป่ายของในบ้านและกระโดดข้ามออกนอกรั้วไปแม้รั้วจะมีความสูงเกือบ 2 เมตร สามารถเรียกได้ว่าเป็นนินจาน้อยเลยค่ะ

และผลของการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอนอกจากจะทำให้สุนัขแข็งแรงมีกล้ามเนื้อแล้ว ยังลดการกัด ทำลายของในบ้านได้อีกด้วยค่ะ

ขอขอบคุณรูปจากผู้สนับสนุนค่ะ

สุนัขชิบะต้องการ การดูแลขนพอสมควร  ถึงแม้สุนัขชิบะจะไม่ต้องการ การอาบน้ำบ่อย (ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง) เพราะเค้าเป็นสุนัขที่ค่อนข้างรักความสะอาด แต่เนื่องจากขนเป็นขน 2 ชั้น จึงต้องทำให้แห้งสนิทหลังการอาบ หรือหวีเป็นประจำป้องกันไม่ให้ขนด้านในชื้น ซึ่งอาจนำไปสู่โรคทางผิวหนังได้ค่ะ

เนื่องจากสุนัขชิบะเป็นสุนัขที่ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ถ้าจะให้คำนิยามหนึ่งคำสำหรับสุนัขชิบะค่ะ “ของทุกอย่างเป็นของชั้น” เช่น บอลของชั้น เจ้านายของชั้น เตียงของชั้น เป็นต้น ซึ่งหากไม่ได้รับการฝึก สอน ดูแลที่ถูกต้องอาจจะทำให้เป็นสุนัขก้าวร้าว อาจจะมีการกัดกันในสุนัขด้วยกัน หรือกัดผู้เลี้ยงเมื่อพยายามแย่งของ ผู้เลี้ยงสามารถปรึกษาครูฝึกเพื่อฝึกร่วมกับสุนัขเป็นการดีที่สุด

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสุนัขชิบะ

  1. สุนัขชิบะไม่เหมาะแก่การเฝ้าบ้าน ด้วยขนที่หนาจึงไม่เหมาะกับการไว้นอกบ้าน อาจจะทำให้เป็นฮีทสโตรก(หรือโรคลมแดด ถึงขั้นตายได้ถ้าไม่ได้รับการปฐมพยาบาล) และปัญหาอื่น ๆ ตามมา
  2. สุนัขชิบะเป็นสุนัขที่ดุกับสุนัขด้วยกัน โดยเฉพาะเพศเดียวกัน) จึงไม่เหมาะที่ผู้เลียงสุนัขมือใหม่จะมีสุนัขชิบะเพศเดียวกันหลายๆ ตัวภายในครั้งเดียว

การเลือกสุนัขชิบะและ

อายุที่เหมาะสมในการย้ายบ้าน

11030757_787575304661052_201493208_o

1. ควรเลือกลูกสุนัขจากผู้เพาะพันธุ์สุนัขที่เชื่อถือได้ หลีกเลี่ยงการซื้อจาก Puppy Mill (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง Puppy Mill ที่นี่)

2. ขอดูพ่อและแม่ของลูกสุนัขเพื่อเป็นการตัดสินใจว่าลูกสุนัขจะเติบโตไปในทิศทางใด และยังสามารถทราบปัญหาสุขภาพ เช่นโรคทางกรรมพันธุ์ได้อีกด้วย เป็นต้น

3. เลือกตัวลูกสุนัข ถ้าอยู่ไกลจากฟาร์มให้ขอดูรูป หรือวิดีโอเพื่อดูการวิ่งของลูกสุนัขว่าปรกติมั้ย และดูว่าลูกสุนัขมีสุขภาพที่แข็งแรงมั้ย หรือถ้าสามารถไปดูที่ฟาร์มได้จะเป็นการช่วยตัดสินได้ดี ดูการเลี้ยงดู พื้นที่ความเป็นอยู่ลูกสุนัข รวมไปถึงสอบถามลักษณะสายพันธุ์จากผู้เพาะพันธุ์ได้โดยตรง สิ่งที่ต้องดูคือดูอารมณ์ของลูกสุนัขร่าเริงแข็งแรงดีมั้ย ไม่มีลักษณะเก็บตัว หรือป่วย มีขี้ตา น้ำมูก หรืออาการซึม เป็นต้น

4. คุยกับทางฟาร์มเรื่องสุขภาพลูกสุนัข โดยลูกสุนัขควรฉีดวัคซีนก่อนย้ายบ้านใหม่

Vaccine3-11-5-15B.jpg

อายุที่เหมาะสมในการย้ายบ้านของลูกสุนัขอยู่ที่ประมาณ 12-16 สัปดาห์ (ประมาณสองเดือนกว่า) เพื่อให้ลูกสุนัขหลังจากหย่านมแม่ (ประมาณ 8 สัปดาห์) ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมฝูง หรือการเข้าสังคม เรียนรู้พฤติกรรมสุนัขด้วยกันนั่นเองค่ะ พฤติกรรมสุนัขสำคัญอย่างไร ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ เหมือนสุนัขตัวหนึ่งมีความมั่นใจสูง ก็พยายามเอาชนะตัวอื่นๆ ซึ่งเป็นพฤติกรรมการข่มตัวอื่น อาจทำให้สุนัขมีพฤติกรรมก้าวร้าวตามมา หรือถ้าเป็นสุนัขขี้กลัวก็จะกลายเป็นสุนัขหวาดระแวงไปในที่สุดนั่นเอง

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.dogilike.com/content/train/1593/

อีกทั้งข้อดีของการย้ายบ้านอายุที่ 12-16สัปดาห์ ลูกสุนัขจะได้รับวัคซีนถึง 2-3 เข็มก่อนการย้ายบ้าน โดยตารางการฉีดวัคซีนคร่าวๆคือ

media1351919128.png

(ข้อมูลเพิ่มเติมทีนี่)

ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ซื้อ เป็นการแนะนำเบื้องต้นเพื่อป้องกันปัญหาที่ตามมา เช่น ลูกสุนัขไม่แข็งแรง ทำให้ลูกสุนัขตายหลังจากการซื้อไม่นาน


ข้อมูลนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาลักษณะสายพันธุ์ โดยห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือกระทำการใดๆก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ ถ้าต้องการเผยแพร่ข้อมูลรบกวนแชร์บทความแทนเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค๊า ^_^

ติดตามเราได้ที่ FB Page Shibainu Thai Darumasou

Instagram : Daruma Home


**ห้ามนำข้อมูลเหล่านี้ดัดแปลง แก้ไข ทำซ้ำหรือกระทำการใดๆที่ไม่ได้ขอนุญาตจากเจ้าของเพจนี้เป็นลายลักษณ์อักษรโดยไม่ได้รับอนุญาต

Shiba Inu Facts

ตอนที่ 9 ผลกระทบของการผสมข้ามสายพันธุ์

ข้อมูลนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาลักษณะสายพันธุ์ โดยห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือกระทำการใดๆก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ ถ้าต้องการเผยแพร่ข้อมูลรบกวนแชร์บทความแทนเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค๊า ^_^

ติดตามเราได้ที่ FB Page Shibainu Daruma Kensha

Instagram : Daruma Home


ความพยายามในการกำจัดผลกระทบของการผสมข้ามสายพันธุ์

เป็นที่รู้จักกันดีในทุกวันนี้คือสุนัขอาคิตะที่มีขนยาวข้อบกพร่องนี้เป็นผลมาจากการผสมข้ามสายพันธุ์กับสุนัขคาราฟุโต้ (ในภาษาอังกฤษคือพันธุ์ Sakhalin Husky)

13528697_585504148296984_2606332753429710524_n.jpg        ข้อบกพร่องนี้เป็นผลมาจากการผสมข้ามสายพันธุ์กับสุนัขคาราฟุโต้     (ในภาษาอังกฤษคือพันธุ์ Sakhalin Husky) เมื่อปี ค.ศ.1855-1875 สมัยที่เกาะซาฮาลิน ยังเป็นเมืองขึ้นของประเทศญี่ปุ่น มีความพยายามจะเพิ่มขนาดสุนัขพันธุ์อาคิตะโดยการขาดศิลธรรมและจรรยาบรรณ ลูกสุนัขเหล่านี้มักจะไม่ได้รับการออกใบเพ็ดดีกรีและบ่อยครั้งที่ถูกกำจัดทิ้งอย่างเงียบๆเพื่อไม่ให้ภาพพจน์ของผู้พัฒนาสายพันธุ์เสียหายแต่ในกรณีของสายพันธุ์ของสุนัขชิบะ มีการผสมข้ามสายพันธุ์ด้วยความเข้าใจผิดอย่างมากในสุนัขสายพันธุ์ญี่ปุ่น สุนัขมิกาว่า (Mikawa inu) หรือสุนัขซานยูว์ (Sanyuu inu) (สุนัขลูกครึ่งระหว่างสุนัขมิกาว่าและเชาว์เชาว์) ในขณะที่มีสายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ๆน้อยลงหลังสงคราม 

13494873_585504154963650_7084428561404944697_n.jpg

สุนัขลูกผสมเหล่านี้กับลักษณะที่ผิดมาตรฐานสายพันธุ์ญี่ปุ่นนี้ คือ สุนัขมิคาว่า หรือถูกเรียกอีกชื่อว่า สุนัขพันธุ์ผสมมิคาว่า นี่คือเหตุผลที่สมาชิกผู้เพาะพันธุ์สุนัขญี่ปุ่น มีความพยายามที่จะกำจัดข้อบกพร่องเหล่านี้ตลอดเวลา จากการผสมข้ามสายพันธุ์นี้ สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อผิดพลาดคือแววตาที่อ่อนลง ตาที่กลม และสีตาเข้มขึ้นจนเกือบดำ แทนที่จะเป็นสีน้ำตาล รูปสามเหลี่ยม

13495157_585504171630315_5597971602692792956_n.jpg

     ดังนั้นเราจึงสามารถพูดได้ว่า ประวัติส่วนนี้ของสายพันธุ์สุนัขไม่ได้แสดงคุณค่าของสายพันธุ์ แต่เราควรที่จะมีความรู้และศึกษาทางด้านสายพันธุ์อย่างลึกซึ่งรวมไปถึงความตั้งใจจริงสำหรับการพัฒนาสายพันธุ์ต่อไปค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก กลุ่มชิบะบราซิล (Brasil Shiba Club)
เพื่อนนุ๊กกี้ที่ช่วยดูเรื่องภาษา และSeth Bdin edited
——————
ข้อมูลเพิ่มเติม
1.หมู่เกาะซาฮาลิน
https://www.google.co.th/…/data=!4m5!3m4!1s0x5eda1764b61e9d…
2.สุนัขคาราฟุโต้
https://www.youtube.com/watch?v=xC8cqOo_Nes

Shiba Inu Facts

การประกวด NIPPO

ข้อมูลนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาลักษณะสายพันธุ์ โดยห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือกระทำการใดๆก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ ถ้าต้องการเผยแพร่ข้อมูลรบกวนแชร์บทความแทนเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค๊า ^_^

ติดตามเราได้ที่ FB Page Shibainu Thai Darumasou

Instagram : Daruma Home


เราได้พูดถึงเรื่องโครงสร้างคร่าวๆไปแล้ว ในตอนก่อน (คลิ๊ก เพื่ออ่าน) วันนี้เรามาพูดถึงการประกวด NIPPO (หรือบางทีจะเรียกว่า นิชิโฮะ) หรือ

日本犬保存会

sidelogo.png

โดยเรามาเริ่มกันที่..

จุดประสงค์ของ NIPPO คือ

1.เพื่อจัดตั้งมาตรฐานสุนัขญี่ปุ่น

2.ให้คำแนะนำในการบรีทสุนัขญี่ปุ่น

3.จัดทำใบเพ็ดดิกรีสุนัข และลงทะเบียน

4.จัดทำการค้นหาข้อมูลและตีพิมพ์รายงาน

5.สนับสนุนการประกวดและการสัมนา

6.เสนอชื่อผู้เป็นกรรมการสำหรับการประกวด

7.แนะนำสุนัขสายพันธุ์ญี่ปุ่นต่อต่างประเทศ

8.โปรโมทสุนัขญี่ปุ่นสำหรับ สัตว์เลี้ยงหรือ ใช้เพื่อล่าสัตว์

9.ตีพิมพ์วรสาร

การประกวดสุนัขของ NIPPO จะมีระดับเขต ระดับภูมิภาคและระดับประเทศ โดยระดับเขตและระดับภูมิภาคมักจัดขึ้นในวันอาทิตย์โดยแบ่งเป็น ภูมิภาคฮอกไกโด(北海道), ภูมิภาคโทโฮขุ (東北),ภูมิภาคคันโต(関東),  ภูมิภาคชูบุเมืองโฮขุริขุ*(北陸),ภูมิภาคคิงกิ(หรือคันไซ)(近畿), ภูมิภาคคิวชู, ภูมิภาคจูโกขุ(中国),北陸 และภูมิภาคชิโคกุ(四国) (ความรู้เรื่องภูมิภาคประเทศญี่ปุ่น ที่นี่ ค่ะ) และระดับเขตจะแข่งย่อยจากระดับภูมิภาคอีกที และสุดท้ายระดับประเทศจะจัดปีละ 1 ครั้งประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปีค่ะ

*ดินแดนโฮขุริขุ (Hokuriku) ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงหนือของเกาะฮอนชู ซึ่งอยู่ติดกับชายฝั่งทะเลของประเทศญี่ปุ่นหรือภูมิภาคจูบุ (Chubu) (http://www.his-bkk.com/th/japan_tour/hokuriku_guide.php)

Japan Map shutterstock_307995629.png

อ้างอิง http://www.sayhijapan.net/

ในการประกวดสุนัขชิบะจะแยกเป็น 6 กลุ่ม (แยกเพศผู้เพศเมีย) คือ

1.โยวว์ชิเคน คูมิ (幼稚犬賞) (รุ่นอนุบาล) สำหรับลูกสุนัขอายุต่ำกว่า 4 เดือน

2.โยวว์เคน คูมิ (幼犬賞) (รุ่นลูกสุนัข) สำหรับลูกสุนัขอายุมากกว่า 4 เดือนถึง 7 เดือน

3. วากะอินุ คลาส 1 (若犬一組) สำหรับสุนัขอายุมากกว่า 7 เดือนถึง 12 เดือน

4. วากะอินุ คลาส 2 (若犬二組) สำหรับสุนัขอายุมากกว่า 12 เดือนถึง 18 เดือน (1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง)

5. โซว์เคน คูมิ (壮犬組) สำหรับสุนัขอายุ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปีครึ่ง

6. เซย์เคน คูมิ (成犬組) สำหรับสุนัขอายุ 2 ปีครึ่งขึ้นไป

1e79c5e1.jpg

โดยสิ่งที่กรรมการมองหาคืออะไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ภาพรวมความสมดุลของสุนัข ซึ่งจะทำให้กรรมการประทับใจมากที่สุด โดยจากบันทึกของ ด็อกเตอร์คูเมะ (เพื่อนของด็อกเตอร์ไซโตะ ผู้ก่อตั้งนิปโปะ) กล่าวว่า

การแสดงออกทางสีหน้า 15%,  ความสมดุลโดยรวม (Total Balance) 10%,  ส่วนหน้า หัว และ คอ 15%,  หู 8%,  ตา 4% ,  ขาหน้า 10%,  ขาหลัง 10%, หน้าอก 10%,  หลังและสะโพก 8%,  หาง 5%,  ขน 5%

ประเภทรางวัล

แบ่งเป็น 3 รายการ

1.งานระดับประเทศ

  • รางวัลถ้วยนายก รางวัลสูงที่สุด (大臣賞・最高賞) หรือ Best In Show
  • รางวัลรองสูงสุด  (凖最高賞) หรือ Best Of Breed
  • รางวัลที่หนึ่งของแต่ละคลาส (壮犬賞・成犬賞) หรือ Best In Group
  • รางวัลสุนัขยอดเยี่ยม (優良) หรือ Excellent

2.งานภูมิภาค

  • รางวัลฮอนบุโชวว์ (本部賞) หรือ Best In Show
  • รางวัลที่หนึ่งของแต่ละคลาส (壮犬賞・成犬賞) หรือ Best In Group
  • รางวัลสุนัขยอดเยี่ยม (優良) หรือ Excellent

3.งานย่อยระดับจังหวัด

  • รางวัลฮอนบุโชวว์ (本部賞) หรือ Best In Show
  • รางวัลที่หนึ่งของแต่ละคลาส (壮犬賞・成犬賞) หรือ Best In Group
  • รางวัลสุนัขยอดเยี่ยม (優良) หรือ Excellent

การแข่งขัน

25ab8b81.jpg

รุ่นอนุบาลและรุ่นลูกสุนัข

จะถูกตัดสินครั้งเดียวช่วงเช้า โดยดูจากความถูกต้องของสายพันธุ์ และอารมณ์ของสุนัข โดยผู้ตัดสินจะให้เรท “ยอดเยี่ยม” แก่สุนัขที่ถูกมาตรฐานสายพันธุ์ และให้เรท “ดี ปานกลางหรือผ่าน” แก่สุนัขที่ผิดไปจากมาตรฐาน ลูกสุนัขจะถูกตัดสินบนศักยภาพที่สามารถพัฒนาได้

1ed69daa.jpg

9154dece

2b8da67a

สุนัขโต

จะถูกตัดสิน 2 รอบ โดยรอบเดี่ยวในตอนเช้า และรอบกลุ่มในตอนบ่าย โดนในรอบเช้านั้น กรรมการผู้ตัดสินจะตรวจสอบสุนัขว่าถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ ผู้จูงสุนัข หรือแฮนเลอร์ จะต้องยืนข้างหลังตัวสุนัขและต้องทำให้สุนัขยืนนิ่ง และมีสมาธิ

e2321645

e5eb532c

c685d7d8

12208870_758092807656149_6951782445117577452_n

สุนัขจะถูกเช็คส่วนสูงโดยผู้ช่วยกรรมการ (ที่เช็คส่วนสูงจะเป็นแท่งเหล็กปรับระดับ วางจากพื้นถึงหัวไหล่สุนัข)

12311108_768877073244389_3586053031833160612_n.jpg

ต่อมาสุนัขจะต้องเดินช้าๆในบริเวณสามเหลี่ยมในสนาม (จะมีเชือกขึงที่พื้นและให้เดินรอบสามเหลี่ยม) เพื่อกรรมการจะได้สังเกตุการเคลื่อนไหวของสุนัขจากทุกๆด้าน

12190101_758049447660485_8867369729694888359_n.jpg

fa875166.jpg

22164c3f

กรรมการจะเปรียบเทียบสุนัขในช่วงบ่าย สุนัขทุกตัวในแต่ละรุ่นจะเข้าแถวเรียงกัน และจะถูกเปรียบเทียบกันเพื่อหาสุนัขลำดับที่ 1 จนถึงลำดับสุดท้าย นี่เป็นเวลาที่ คานอิ ริวเซย์ และโชโบขุ อีกทั้งเช่นเดียวกับมาตรฐานมาเปรียบเทียบกัน (อ่านเรื่อง คารอิ ริวเซย์ และโชโบขุ ที่นี่)

กฏของนิปโปะเรื่องมารยาทการประกวดสุนัขที่เห็นได้ชัดคือ แฮนเลอร์จะต้องยืนอยู่หลังสุนัข และให้สุนัขแสดงท่าทางธรรมชาติ แฮนเลอร์จะต้องหลีกเลี่ยงการต่อสู้และความก้าวร้าว

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ…เจอกันตอนหน้าค่า


Reference

http://shibainu.gotohp.jp/dogshow_information.html

http://yokohamaatsumi.the-ninja.jp/.html

http://www.nihonken-hozonkai.or.jp/%E3%83%81%E3%83%A3%E3%83%B3%E3%83%94%E3%82%AA%E3%83%B3%E7%8A%AC%E7%94%B3%E8%AB%8B/

 

 

 

 

 

 

Gallery, Shiba Inu Facts

ตอนที่ 8 โครงสร้างสุนัขชิบะ

                วันนี้เราจะมาเรียนรู้กันเรื่อง โครงสร้างมาตรฐานของสุนัขชิบะกันนะคะ โดยจะทำเป็นรูปภาพเพื่อง่ายต่อการเข้าใจนะคะ

โครงสร้าง-01

โครงสร้าง-03-04-07

โครงสร้าง-08โครงสร้าง-09

ซึ่งโครงสร้างที่ผิดปรกติอาจจะทำให้เกิดโรคต่างๆ โดยโรคที่พบบ่อยมีดังนี้

กระดูกสันหลัง

โรคความผิดปกติของกระดูกสันหลัง (Spinal Cord Disorders) (อ่านเพิ่มเติมที่นี่) อาจจะพบจากความผิดปรกติตั้งแต่กำเนิด การเพิ่มน้ำหนักให้ลูกสุนัขมากเกินไปเพราะกระดูกยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่อาจจะทำให้กระดูกผิดรูปได้ อาจจะดูอ้วนท้วนน่ารักแต่จะส่งผลเสียร้ายแรงในอนาคต หรืออาจพบในสุนัขโตแล้วที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป โดยโรคนี้นอกจากจะส่งผลต่อรูปทรงของแนวสันหลังสุนัขแล้ว ยังอาจส่งผลต่อการทำงานของขา การเคลื่อนไหว และการทรงตัวด้วย โดยอาจจะเป็นการเจริญของกระดูกสันหลังที่ผิดลักษณะ อาจจะมีรูปทรงผิดไป หรือมีขนาดผิดไป ส่งผลให้แนวกระดูกสันหลังผิดปกติตามมา เราอาจเห็นแนวกระดูกสันหลังบิดเบี้ยว (บิดงอ) ออกด้านข้าง กระดูกสันหลังโค้งแอ่นลงล่าง หรือกระดูกสันหลังโค้งโก่งขึ้น ซึ่งการเจริญของกระดูกสันหลังที่ผิดลักษณะนี้ มักพบบ่อยในสุนัขที่มีหางบิดม้วนเป็นเกลียว (crew-tailed dog breeds) เช่น Pugs, Bulldogs และ Boston Terriers ซึ่งหางของสุนัขชิบะบางตัวมีหางคล้ายๆ ลักษณะดังกล่าวค่ะ

ขาและสะโพก

โรคข้อสะโพกเสื่อมในสุนัข (Hip dysplasia) (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่) ซึ่งโรคนี้สังเกตจากการดูท่าเดินหรือวิ่งของสุนัข ซึ่งเวลาที่สุนัขเคลื่อนไหวจะทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างยิ่ง โดยสาเหตุสามารถเกิดได้จากโรคติดต่อทางพันธุกรรม หรือเกิดจากการเลี้ยงดู เช่น ความอ้วน, การให้อาหารมากจนทำให้โตเร็วเกินไป, การเสริมแคลเซี่ยมมากเกินไป, ความบาดเจ็บในระหว่างช่วงที่เจริญเติบโต, การเลี้ยงที่พื้นลื่น ทำให้เป็นโรคนี้ได้ง่ายขึ้น

วิธีสังเกตอย่างง่าย

  •  ขาหลังเดินท่าแปลกไปจากเดิม
  • ไม่ค่อยอยากลุกขึ้น หรือเวลาเปลี่ยนอิริยาบทจากท่านอนเป็นท่ายืน อาจจะร้องเจ็บ หรือ ไม่ค่อยอยากวิ่ง
  • บางครั้งอาจเจ็บมากและใช้ขาหลังลดลง จนเริ่มเห็นว่ากล้ามเนื้อขาหลังฝ่อลีบเล็กลง

โรคสะบ้าเคลื่อนในสุนัข (Canine Patellar Luxation) (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ และที่นี่ และที่นี่หรือที่นี่) เป็นความผิดปกติของข้อเข่า (stifle joint) การเคลื่อนของสะบ้าในสุนัข ส่วนใหญ่เป็นแต่กำเนิดหรือจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือเกิดขึ้นภายหลังจากการกระทบ-กระแทก มักพบการเคลื่อนเข้าด้านใน (medial) มากกว่าเคลื่อนออกด้านข้าง (lateral) สุนัขอาจแสดงอาการเจ็บบริเวณข้อเข่า เดินผิดปกติ หรือ พบความผิดปกติของรูปร่างของขาที่มีสะบ้าเคลื่อน จนบางครั้งสุนัขไม่สามารถใช้ขารับน้ำหนักได้ สุนัขที่มีสะบ้าเคลื่อนเป็นเวลานานมักพบการฉีกขาดของ เอ็นที่หัวเข่าร่วมด้วย ทำให้เกิดเจ็บปวดมากขึ้นและเกิดโรคข้อเสื่อม (degenerative joint disease) ตามมา

วิธีสังเกตอย่างง่าย

  • ปกติจะพบในสุนัขอายุน้อยประมาณ 3-6 เดือน
  • ลักษณะขาโก่งขึ้น
  • แสดงอาการเจ็บขาและไม่ใช้ขารับน้ำหนัก

เนื่องจากอาการสุนัขอาจยังสามารถเดินได้เป็นปกติและไม่แสดงอาการเจ็บ จะมีเพียงบางจังหวะที่เดินขาโก่งหรือ ยกขา จึงต้องพาไปให้สัตวแพทย์ทำการตรวจคลำอาจต้องทำการถ่าย x-ray เพื่อดูปัญหาอื่นๆ ร่วมด้วย

โครงสร้าง-03-03-03-03.jpg

โครงสร้าง-04-04-04.jpg

ติดตามต่อกันคราวหน้านะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่า


ข้อมูลนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาลักษณะสายพันธุ์ โดยห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือกระทำการใดๆก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ ถ้าต้องการเผยแพร่ข้อมูลรบกวนแชร์บทความแทนเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค๊า ^_^
ติดตามเราได้ที่ FACEBOOK : SHIBAINU DARUMA KENSHA
INSTAGRAM : DARUMA HOME

ขอบคุณข้อมูลจาก

 

Gallery, Shiba Inu Facts

ตอนที่ 6 กำเนิดสายของสุนัขชิบะ

 

กำเนิดสายของสุนัขชิบะ

jukkoku
(Jukkoku บรรพบุรุษสุนัขชิบะ)
                   ในปี 1928 ด็อกเตอร์ไซโตะ ฮิโรกิชิ พบสุนัขล่าสัตว์สีแดงหางโค้งขึ้น (Sickle Tail) ในหุบเขาลึกของจังหวัดกุมมะโดยด็อกเตอร์ไซโตะตั้งชื่อให้ว่า “จุกโกกุ” (Jukkoku) ซึ่งจุกโกกุมีถิ่นกำเนิดอีกฝากของภูเขาในจังหวัดนากาโน่ ผู้คนท้องถิ่นเรียกสุนัขล่าสัตว์พันธุ์นี้ว่า ชิบะอินุ ซึ่งต่อมาจุกโกกุทำให้ชื่อของสุนัขพันธุ์ชิบะมีชื่อเสียงและนักผสมพันธุ์สัตว์เข้ามาเยี่ยมหมู่บ้านรอบๆภูเขาของนากาโน่เพื่อนำสุนัขชิบะไปยังเมืองต่างๆ
                    ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 1932 ซึ่งเป็นวันที่จัดการประกวด NIPPO Show ครั้งแรกซึ่งจัดทีเขตกินซ่า(Ginza) ในจังหวัดโตเกียว จากสุนัข 81 ตัวที่เข้าร่วมมีเพียง 10 ตัวเท่านั้นที่ได้รับรางวัล “Commendation Award” 4 รางวัลเป็นของสุนัขพันธุ์อคิตะ 2 รางวัลเป็นของสุนัขฮอกไกโด 2 รางวัลเป็นของสุนัขคิชู 1 รางวัลเป็นของสุนัขขนาดกลางจากภูมิภาคชินชูและอีก 1 รางวัลของสุนัขชิบะ ซึ่งเป็นของสุนัขชิบะสีแดงเพศผู้ชื่อทาโกะ ซึ่งทาโกะถูกพบในภูเขาในจังหวัดโทยาม่า (ภาคกลางของประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งทาโกะเป็นสุนัขชิบะตัวแรกที่ถูกขึ้นทะเบียนกับ NIPPO
                         ในปี 1933 มีการจัดแสดงสุนัข NIPPO ครั้งที่ 2 ขึ้นมีสุนัขชิบะเพศผู้ชื่อ “ยูวะ” และเพศเมียชื่อ “ยูริ” จากเขตปกครองชิมาเนะ (ภูมิภาคซันอิง 山陰地方 เป็นอนุภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่น หมายถึงบริเวณภาคใต้ของเกาะฮนชู) ได้รับรางวัล “Commendation Award” ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ เซะกิชูเคน ต่อมาในการจัดแสดงสุนัข NIPPO ครั้งที่ 5 ในปี 1936 สายเซะกิชูเคน ชื่ออิชิโกะ (Ishi Go) สุนัขเพศผู้เกิดวันที่ 2 พฤศจิกายน 1930 ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนเลขที่ 170 ได้รับรางวัล  “Commendation Award” เช่นเดียวกัน อิชิ ได้ถูกผสมกับสุนัขชื่อ โกโระ สุนัขขิบะสีดำเพศเมีย จากภูเขาในเกาะชิโกกุ มีลูกชื่อ อากะ ซึ่งในวันที่ 6 มกราคม 1939 อากะ(Aka) ได้รับรางวัล  “Commendation Award” ในการจัดแสดงสุนัข NIPPO ครั้งที่ 8 ซึ่งสุนัขหนุ่มตัวนี้ถูกกำหนดให้เป็นสุนัขพ่อพันธุ์ที่สำคัญ ซึ่งต่อมาอากะถูกผสมกับสุนัขชื่อ ฮานะ(Hana) จากเขตปกครองโตะโตริ (ภูมิภาคซานอิง) ได้ลูกสุนัขชื่อ เบะนิโกะ(Beniko) ซึ่งถูกผสมพันธุ์ต่อกับสุนัขชื่อ เมะอิเกะซึ (Meigetsu) จากเขตยามานาชิ (ภูมิภาคชินชู) ได้ลูกสุนัขชื่อ อากะนิ ซึ่งอากะนิถูกจับคู่กับ เบะนิโกะ (ซึ่งทั้งสองมีพ่อสุนัขเดียวกันคนละแม่) มีลูกสุนัขชื่อ นากะ(Naka) ซึ่ง นากะ เป็นสุนัขที่มีความสำคัญต่อสายสุนัขชิบะปัจจุบันมาก เพราะเป็นต้นสายของสุนัขทั้ง 4 สายที่เป็นที่นิยมจนถึงปัจจุบัน ได้ถูกผสมกับเบะนิโกะซึ่งเป็นแม่ของนากะเอง ในวันที่ 16 เมษายน 1948 ได้ลูกสุนัขชื่อ นากะอิชิ(Nakaichi) และจาก นากะอิชิ ก็มี อิชิ(Ichi) ซึ่งเป็นต้นสายของสายเก็น(Gen-Line) มี ฮาคุบะโนะเก็น (Hakuba no Gen) เชื้อสายของอิชิเป็นต้นสาย และ โกโระอิชิ(Koroichi) ซึ่งเป็นต้นสายของสาย อิชิซึเกะ(Ichisuke) และ เบะนิมารุ(Benimaru) ซึ่งเป็นต้นสายของสาย มาซึมารุ (Matsumaru) และ เท็นโกว(Tenkou) ซึ่งเป็นต้นสายของสาย เท็นโคว(Tenkou) ซึ่งเป็นสายของสุนัขชิบะปัจจุบัน

 12939603_1011137075629707_987762014_n

Naka Go, Akashisou Ishi Go

RED, MALE, NIPPO: 1216 D.O.B: APR. 16, 1948 OWNER: AKASHISO

สายทั้ง 4 สายของสุนัขชิบะ

Hakuba_NO_GEN_de_ROUKAKUSOU
1.Hakuba no Gen of Rokakusou : born September 9, 1970
The Gen line
tenko jonensou1.jpg
2.Tenko of Jonensou : born February 4, 1968
– The Tenkou line
Ichisuke of Inoguchi.jpg
3.Ichisuke of Inoguchi : born February 4, 1968
– The Korotama line ( Ichisuke line)
12596012_1011137588962989_175174022_n
4.Matsumaru of Shinshu Nakajima : born 26 December 1964
– The Matsumaru Line
สายชิบะ-01.jpg
รูปสายของสุนัขชิบะเริ่มแรกค่ะ

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาลักษณะสายพันธุ์ โดยห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือกระทำการใดๆก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ ถ้าต้องการเผยแพร่ข้อมูลรบกวนแชร์บทความแทนเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค๊า ^_^
ติดตามเราได้ที่ FACEBOOK : SHIBAINU THAI DARUMA SOU
INSTAGRAM : DARUMA HOME
Shiba Inu Facts

รางวัลคันเซย์เค็น (完成犬)

รางวัลคันเซย์เค็น

(完成犬)

เป็นรางวัลอันทรงเกียรติของสุนัขญี่ปุ่น คันเซย์เค็น หมายถึง สุนัขสมบูรณ์แบบ โดยสมาคมอนุรักษ์พันธุ์สุนัขญี่ปุ่น (NIPPO) (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NIPPO ได้ที่นี่) โดยคำนำหน้าของ NIPPO ซึ่งการได้มานั้นยากมาก โดยชื่อรางวัลนี้จะกลายเป็นคำนำหน้าชื่อ เหมือนกับยศ คล้ายๆกับสุนัขที่ไทยค่ะ เช่น เก็นโบ้จะมีคำนำหน้าว่า TH.CH.Chougenbo Go Daruma Kensha Thailand ซึ่งสุนัขที่จะได้รับคำนำหน้านี้จะต้องเข้าร่วมการประกวดระดับภาคของ NIPPO ซึ่งจะมีรางวัลสูงสุดของการประกวดคือฮอนบุโชวว์ (อ่านข้อมูลรางวัลฮอนบุโชวว์ที่นี่) ซึ่งรางวัลนี้จะมีเพียง 3% ของสุนัขที่มาประกวดทั้งหมด (ถ้ามี 200 ตัว รางวัลนี้จะมีเพียง 6 รางวัลเท่านั้นค่ะ)  และสุนัขที่ได้คำนำหน้าชื่อ คันเซย์เค็นจะต้องได้รับรางวัลถึงฮอนบุโชว์ 6 รางวัล อีกทั้งจะได้ลงนิตยสารของ NIPPO ซึ่งบ่งบอกได้ถึงคุณภาพอย่างแท้จริงของสุนัขที่ได้รางวัลไป

1798003_980657505344331_2087563787832670205_n.jpg

ภาพตัวอย่างสุนัขที่ได้รับรางวัล เป็นสุนัขเพศผู้ค่ะ

12742768_980657882010960_4119906541092480060_n.jpg

ภาพตัวอย่างของสุนัขได้รับรางวัล เป็นสุนัขเพศเมียค่ะ

โดยสุนัขมาตรฐาน NIPPO มีการดูรายละเอียดทั้งความสูง (จะมีสเกลวัดค่ะ) ฟัน การวิ่ง ลักษณะขา หัว หู ซึ่งจะค่อยๆรวบรวมข้อมูลมาให้ผู้อ่านนะคะ

แหล่งอ้างอิง

  • ขอขอบคุณรูปและข้อมูลจากกลุ่มสุนัขชิบะบราซิล (Brasil Shibainu clube)
ข้อมูลนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาลักษณะสายพันธุ์ โดยห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือกระทำการใดๆก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ ถ้าต้องการเผยแพร่ข้อมูลรบกวนแชร์บทความแทนเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค๊า ^_^
ติดตามเราได้ที่ Facebook : SHIBAINU DARUMA KENSHA
INSTAGRAM : DARUMA HOME
Shiba Inu Facts

ตอนที่ 15 สีของสุนัขชิบะ “โกมะ” 胡麻柴犬

สีโกมะ ในสุนัขชิบะ

胡麻毛 (柴犬)

 名前 : 天光湖号

เนื่องจากสีโกมะเป็นสีที่ค่อนข้างหาดูได้ยาก แม้กระทั่งในประเทศญี่ปุ่นเพราะสีโกมะไม่เป็นที่นิยม ทางผู้เขียนจึงทำการค้นคว้าหาข้อมูลมาให้ผู้รักสุนัขชิบะได้อ่านกันค่ะ คำว่า โกมะ (胡麻) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า งา หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Sesame ค่ะ โดยจากทฤษฎีสีโกมะจะประกอบด้วยสีดำและสีแดงโดยกระจายเท่าๆ กัน และมีขนสีขาวตามตำแหน่งของอุระจิโร่ (อ่านข้อมูล อุระจิโร่ และสีของสุนัขชิบะ เพิ่มเติมได้ ที่นี่) ดังตำแหน่งอุระจิโร่ภายในภาพด้านล่างค่ะ ถ้าดูให้ง่ายอุระจิโร่จะเหมือนของสุนัขชิบะสีดำค่ะ

Thank you for Brasil Shiba-inu clube Picture

โดยสีโกมะจะต้องมีที่หัวและขาด้วย มิฉะนั้นอาจจะเป็นเพียงขนสีดำแซมที่หลังหรือหางซึ่งเรียกว่า

คุโระโนะซาชิเกะ (黒の刺し毛) ดั่งภาพด้านล่าง 👇🏻👇🏻 จะเรียกว่าสุนัขชิบะแดงแทนค่ะ

(http://shiba.hamazo.tv/e6529036.html)

ซึ่งหากดูจากภาพด้านบน 👆🏻 จะเป็นสุนัขชิบะสีแดงที่มีขนสีดำแทรกหลังจนถึงปลายหาง และภาพด้านล่าง 👇🏻 จะเห็นว่าสีหัวและขาจะเป็นสีโกมะ ไล่สีขึ้นมา

 名前 : 天光湖号

 名前 :  麻子姫号

  名前 : 朱虎号 (四国末廣庵)  オーナ :末広井上

ตัวอย่างลูกสุนัขชิบะสีโกมะค่ะ

เนื่องจากลูกสุนัขชิบะมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง

อายุ 1 ขวบและโตเต็มวัยประมาณ 2 ขวบค่ะ

(ทำให้การประกวด NIPPO มีรุ่น เซย์เคน คูมิ (成犬組) สำหรับสุนัขอายุ 2 ปีครึ่งขึ้นไปค่ะ)

แต่สีจะเปลี่ยนแปลงจนเห็นได้เมื่อถึงอายุ 6 เดือนค่ะ

S__5038089

ประมาณ 1 เดือนค่ะ จะสังเกตได้ว่ามีขนสีน้ำตาลเข้มมาก

S__5038090

อายุประมาณ 3 เดือนค่ะ จะสังเกตว่าขนสีดำกลายเป็นสีแดงแต่ยังเห็นสีดำแซมอยู่ค่ะ

S__5038091

อายุประมาณ 8 เดือนค่ะ

อายุประมาณ 1 ปีกว่าค่ะ

อีกตัวอย่างค่ะ

สิ่งที่ผู้คนมักเข้าใจผิดสำหรับสีโกมะในลูกสุนัข

โดยปรกติแล้วสุนัขทั่วไปถ้าเกิดมาสีอะไรมักจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาก แต่ในสุนัขชิบะนั้นซึ่งมียีนที่ใกล้เคียงกับสุนัขป่าจึงมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากค่ะ

img_2723.jpg

จากรูปภาพจะเห็นได้ว่าลูกสุนัขตัวหน้าสุดมีสีเข้มกว่าทุก ๆ ตัวในฝูงอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งอายุประมาณ 20 วันค่ะ

IMG_2998

และเมื่อน้องอายุเข้าประมาณ 30 วัน สีที่เข้มเริ่มจางกลายเป็นสีแดงขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ

IMG_3523

และนี่ตอนอายุประมาณ 2 เดือนค่ะ จะเห็นได้ว่าสีดำที่ตัวเริ่มจางขึ้นมาเป็นสีแดงแทน

จากสามรูปนี้จะเห็นได้ว่าถ้าไม่ศึกษาให้ดีอาจจะทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าลูกสุนัขที่มีสีเข้มเป็นสีโกมะ  นั่นเองค่ะ

อีกตัวอย่างค่ะอันนี้ลูกสุนัขสีแดงที่สีเข้มมากค่ะ

พอน้องเริ่มโตสีเริ่มอ่อนลงค่ะ

จะสังเกตได้ว่าลูกสุนัขตัวนี้กลายเป็นสีแดงแบบมีขนปลายดำหรือเรียกว่าซาชิเกะค่ะ

51936924_792120494498222_340565450301636608_n.jpg

สังเกตขนที่หลังค่ะจะยังมีปลายดำอยู่ แต่จะเรียกสีนี้ว่าสีแดงค่ะ

จากที่ได้พูดคุยและสอบถามผู้เพาะพันธ์ุสุนัขในญี่ปุ่นจะไม่ได้แยกว่าเป็นโกมะสีแดง(Red Sesame) หรือโกมะดำ(Black Sesame) แต่จะเรียกว่าเป็นโกมะไปเลยค่ะ และจากการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม การเรียกโกมะแดงและโกมะดำจะเป็นการเรียกสุนัขชิโกกุเคน ฮอกไกโดเคนซึ่งจะมีสีโกมะ โกมะดำ โกมะแดง แต่ในสุนัขชิบะจะไม่มีการเรียกแยกค่ะ

ภาพต่อไปนี้เป็นภาพ สุนัขพันธ์ุชิโกกุ 四国犬 ค่ะ

Goma

Red Goma 赤胡麻

BlackGoma

Goma 胡麻

Black Goma 黒胡麻

(http://dog.aigou.com/siguo)

Red Goma 赤胡麻

(https://encrypted-tbn2.gstatic.com/)

ภาพข้างล่างคือ Matsumaru(Shinsyuu-Nakajima-sou) จากที่สอบถามแหล่งข้อมูลกล่าวว่าบเป็นสุนัขชิบะ สีโกมะที่มีชื่อเสียงสำหรับประเทศญี่ปุ่นตัวแรกๆ เกิดเมื่อวันที่ 26 ธค 1964 และได้รางวัล Best in show ในปี 1972 ของงานประกวด NIPPO (สมาคมอนุรักษ์พันธุ์สุนัขญี่ปุ่น) ตอนอายุ 8 ขวบ ค่ะ

12596012_1011137588962989_175174022_n

แหล่งอ้างอิง

ขอขอบคุณรูปและข้อมูลจากกลุ่มสุนัขชิบะบราซิล (Brasil Shibainu clube)

ข้อมูลนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาลักษณะสายพันธุ์ โดยห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือกระทำการใดๆก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ ถ้าต้องการเผยแพร่ข้อมูลรบกวนแชร์บทความแทนเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค๊า ^_^
ติดตามเราได้ที่ FB PAGE shibainu thai darumasou ชิบะอินุ
INSTAGRAM : DARUMA HOME